www.mamboteam.com
สถานีตำรวจภูธรยี่สาร
หน้าแรก arrow สาระน่ารู้
วันเสาร์ ที่ 16 มกราคม 2564
 
 
เมนูหลัก
หน้าแรก
ประวัติความเป็นมา
บุคลากร
กิจกรรม/ผลงาน
แหล่งท่องเที่ยว
การพัฒนาบุคลากร
กต.ตร.
แจ้งเบาะแส ร้องเรียน
ประกาศ/จัดซื้อจัดจ้าง
สาระน่ารู้
ผู้ดูแลระบบ
Bookmark Website
Bookmark Page
Make homepage
ความมหัศจรรย์ของการสวดมนต์
ระดับผู้ใช้: / 0
แย่จังดีมาก 
แก้ไขโดย Administrator   
วันเสาร์ ที่ 16 มกราคม 2564

ความมหัศจรรย์ของการสวดมนต์


 อาตมา (สมเด็จโต)  ได้เห็นอานิสงส์ของการสวดมนต์ด้วยตัวอาตมาเอง
      ในสมัยที่อาตมาได้ออกเดินธุดงค์ในป่าเป็นเวลา 15 ปี โดยอาศัยอยู่ในเขตดงพญาไฟ  ซึ่งเป็นเขตที่อยู่ใกล้ชายแดนของประเทศเขมร
       ในสมัยนั้น...เต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์ และภูตผีวิญญาณ
ตลอดจนชาวบ้านที่มีเวทมนต์คาถา และเล่นคุณไสยกันอยู่อย่างมากมายในอาณาบริเวณชายแดนแห่งประเทศสยามในตอนนั้น

        อาตมาได้เดินธุดงค์แต่เพียงลำพัง ในช่วงนั้นอาตมามิได้ศึกษาในพระเวทมนต์คาถาอาคมใดเลย  นอกจากคำว่า

       พุทธัง   สะระณัง   คัจฉามิ
       ธัมมัง   สะระณัง    คัจฉามิ
       สังฆัง   สะระณัง    คัจฉามิ

ซึ่งมีความหมายว่า   ข้าพเจ้าขอยึดมั่น พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง พระธรรมเป็นที่พึ่ง พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง
         อาตมาไปที่แห่งหนตำบลใด ก็จะกล่าวเพียงคำนี้ตลอดเวลาของจิตใจอันเป็นที่พึ่งของอาตมา
         อาตมาเดินทางเข้าสู่หมู่บ้านชายแดนแห่งประเทศสยาม ในดงพญาไฟขณะนั้น  ในหมู่บ้านมีชาวบ้านอาศัยอยู่เพียงเล็กน้อย อาตมาจึงได้ปักกลดอยู่ที่ท้ายหมู่บ้าน มีชาวบ้านนำอาหารมาถวายตามกำลังที่เขาจะพอทำได้ 

         เมื่อเห็นมีพระภิกษุมาปักกลดในที่แห่งนั้น  อาตมาอาศัยอยู่ที่นั้นเป็นระยะเวลาหลายปี  และ ณ ที่แห่งนั้น อาตมาจึงได้พบคุณวิเศษแห่งการสวดมนต์

         มีชาวบ้านผู้หนึ่งได้เข้ามาสนทนากับอาตมาหลังจากได้ถวายอาหารแล้ว ชาวบ้านผู้นั้นอาตมาทราบชื่อภายหลังว่าชื่อ นายผล  นายผลได้เล่าให้อาตมาฟังว่า เขาเป็นผู้ฝึกเวทย์มนต์คาถาอาคม เล่าเรียนจนมีญาณแก่กล้า และมักจะทดสอบเวทย์มนต์คาถาอาคมแก่พระภิกษุสงฆ์ที่เดินทางมาปักกลด ณ บริเวณนี้เป็นประจำ
         เขาเล่าให้อาตมาฟังว่า  เขาได้ส่งอำนาจคุณไสยเข้ามาทำร้ายอาตมาทุกคืน แต่ไม่ได้หวังทำร้ายเป็นบาปเป็นกรรมถึงตาย  เพียงแต่ต้องการทดสอบดูว่าภิกษุรูปนั้น จะมีวิชาอาคมแก่
กล้าสามารถที่จอต่อสู้กับคุณไสยเขาได้หรือไม่ 

         นายผลก็ได้ทำคุณไสยใส่อาตาถึง 7 วัน เต็มๆ  ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยควายธนู  หรือปล่อยหนังควาย ปล่อยตะขาบ ตลอดจนภูติพรายเข้ามาทำร้ายอาตมา  แต่ปรากฏสิ่งที่ปล่อยมา ก็ไม่สามารถเข้ามาทำร้ายอาตมาได้เลย
          วันนี้จึงได้มากราบเพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนวิชาความรู้กับอาตมา  อาตมาจึงได้บอกว่าตัวอาตมาเองไม่ได้ศึกษาพระเวทย์มนต์คาถา หรือคุณไสยใด  นายผลก็ไม่ยอมเชื่อหาว่าอาตมาโกหก  ถ้าหากไม่มีของดีแล้วไซร้ไฉนอำนาจคุณไสยดำที่เขาส่งมา จึงกลับมายังเขาซึ่งเป็นผู้กระทำ ไม่สามารถทำร้ายอาตมาได้
          อาตมาก็พยายามชี้แจงให้เขารู้ว่า อาตมาไม่มีวิชาเหล่านี้จริง ๆ  ทำให้ผลสงสัยยิ่งนักว่าเหตุใดอาตมาจึงไม่ได้รับภัยอันตรายจากอำนาจเวทมนต์คุณไสยดำที่เขาส่งมาทำร้ายได้
         อาตมาได้บอกกล่าวแก่เขาว่า เมื่ออาตมาจะนอน อาตมาก็จะสวดแต่คำว่า   


                       พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ 
                       ธัมมัง  สะระณัง คัจฉามิ   
                       สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ


จนจิตมีความสงบนิ่งแล้ว จึงได้แผ่ส่วนกุศลไปให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย  จงอย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย  อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย  อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย  และอาตมาก็จำวัดนอนเป็นปกติ

          นายผล  เมื่อได้ฟังดังนั้น  จึงได้บอกแก่อาตมาว่า..


ข้าแต่ท่านอาจารย์ ก็เช่นนั้น ข้าพเจ้าขอร้องให้ท่านในวันนี้ ก่อนที่ท่านจะจำวัด จงหยุดการสวดมนต์สัก 1 คืนได้หรือไม่ข้าพเจ้าต้องการจะพิสูจน์ว่า.. การสวดมนต์ของท่านเช่นนี้จะเป็นเกราะคุ้มครองภัยท่าน หรือเป็นเพราะอำนาจเวทมนต์คาถาในภูติผีปิศาจของข้าพเจ้าเสื่อมกันแน่  ข้าพเจ้าของรับรองว่า จะไม่ทำอันตรายแก่ท่าอาจารย์อย่างเด็ดขาด เพียงแต่ต้องการ ที่จะทดสอบให้ความรู้แจ้งเห็นจริงว่าเกิดอะไรขึ้น
         อาตมาก็ตกลงรับปากแก่นายผลว่า คืนนี้จะไม่ทำการสวดมนต์  นายผลจึงได้ลากลับไป  ครั้นถึงเวลาพลบค่ำ อาตมาก็นอนโดยมิได้ทำการสวดมนต์ตามที่ได้ปฎิบัติเป็นปกติ เมื่ออาตมานอนหลับไป..อาตมารู้สึกตัวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง  เมื่อปรากฏว่าอาตมาได้ยินเสียง กุกกัก กุกกัก จะขึ้นมา จึงได้จุดเทียนและพบตะขาบใหญ่ยาวเท่าขาของอาตมากำลังเลื้อยเข้ามาอยู่ใกล้ตัวของอาตมามาก  อาตมารู้สึกตกใจถึงหน้าถอดสี  และด้วยสัญชาติญาณจึงกล่าวคำสวดมนต์   
พุทธัง สะระณัง  คัจฉามิ  ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ   สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ  ด้วยจิตยึดมั่นในพระพุทธองค์เป็นที่พึ่งเป็นเวลานานเท่าใดไม่ทราบได้ เสียงกุกกักและตะขาบที่อยู่ข้างหน้าก็อันตรธานหายไป  จากนั้นอาตมาจึงได้จำวัดนอนเป็นปกติ
         ในวันรุ่งขึ้น นายผลก็มาหาอาตมาและได้กล่าวว่า เมื่อคืนนี้..ข้าพเจ้าได้ปล่อยตะขาบเข้าไปในกลดที่ท่านพักนักอยู่ อาตมาบอกว่า อาตมาได้ตื่นมาและตกใจ   จึงได้สวดมนต์ภาวนา  ตะขาบตัวนั้นก็อันตรธานหายไป
         นายผลจึงได้ยกมือพนมขึ้น แล้วกล่าวว่า บัดนี้ข้าพเจ้าเชื่อแล้วว่า อำนาจเวทมนต์คาถา และคุณไสยใดๆ ของข้าพเจ้ามิอาจทำร้ายท่านได้  ก็เพราะอำนาจแก่การสวดมนต์ภาวนาของท่านเป็นเกราะคุ้มครองภัยอันตรายต่างๆ  ได้
         ที่อาตมา  (สมเด็จโต)  ได้เล่าให้ท่านทั้งหลายในที่นี้ได้ฟังกัน  เพื่อให้เป็นอานิสงส์ของการสวดมนต์ว่า  เหล่าพรหมเทพได้มาฟังการสวดมนต์จริงดังที่อาตมาได้เทศน์ไว้  เพราะถ้าไม่ใช่เหล่าพวกพรหมเทพแล้วไซร้  ก็คงไม่สามารถที่จะขับไล่สิ่งที่เกิดจากอำนาจคุณไสย ที่นายผลส่งมาเล่นงานอาตมาได้อย่างแน่นอน
         ท่านเจ้าพระยา และ อุบาสก  อุบาสิกา ในที่นั้น เมื่อได้ฟังคำเทศนาแล้วต่างก็ยกมือขึ้นสาธุ
ว่า  อานิสงส์ของการสวดมานต์ช่างมีคุณค่าสูงส่งยีงนัก
.........................................................................................................

จากหนังสือ   อมตะธรรม สมเด็จโต
อานิสงส์การสวดมนต์แผ่เมตตามหาบุญ

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
บทความ
 
Top! Top!